ทำแผนฆ่าปู่

คนแห่ดูหน้าล้นหมู่บ้าน ทำแผนหนุ่มฆ่าโหดปู่ ชาวบ้านโล่งใจ ต่อไปนี้ไม่ต้องระแวงกันแล้ว เจ้าตัวเปิดปากสารภาพ สำนึกผิดแล้ว ขออโหสิกรรม

จากกรณี นายแอ้ดดี้ อายุ 26 ปี หนุ่มคลั่งยาเสพติด บุกเข้าไปทำร้ายร่างกาย นายมงคล มีศรี อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นปู่ ก่อนปาดคอจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านในหมู่บ้านดอนอีไข ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง หลังหลบหนีไปอยู่บ้านญาติอีกหมู่บ้านหน่ง ห่างออกไปประมาณ 1 กม. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 8 เม.ย.65 พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัว นายแอ้ดดี้ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านที่แห่มาดูหน้าจนล้นหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ต้องกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออก เกรงจะถูกประชาทัณฑ์ ก่อนใช้เวลาไม่นานในการทำแผน แล้วรีบคุมตัวกลับ สภ.เมืองอุดรธานี ทันที

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ขณะที่ นางคำพันธุ์ จันทา อายุ 83 ปี ย่าของ นายแอ้ดดี้ เปิดเผยว่า พวกเราญาติๆ ทั้งคนตายและแอ้ดดี้มีบ้านติดกัน เมื่อกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบกับผู้ตายซึ่งเป็นน้องชาย จู่ๆ ตนก็ถูก นายแอ้ดดี้ ใช้จอบตีหัว และกำลังจะตีซ้ำ โชคดีที่ลูกสาววิ่งมาหาก่อน นายแอ้ดดี้ จึงหนีไป ส่วนผู้ตายเป็นน้องชายตน เพิ่งสึกออกมาไม่ถึงเดือน แล้วมาอาศัยอยู่ด้วย ก่อนจะถูกหลานฆ่าคาบ้าน ก่อนหน้านี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านพากันผวา บางวันขี่รถจยย.รอบบ้าน ตาขึงขัง ต่างคนต่างระวัง ตอนนี้ก็ดีใจที่ตำรวจจับได้ ชาวบ้านจะได้อยู่อย่างปลอดภัยไม่ต้องระแวงกันอีกแล้ว

ด้าน นายแอ้ดดี้ รับสารภาพว่า สาเหตุที่ฆ่าปู่เพราะถูกปู่ตำหนิด่าทอหลายๆ เรื่อง ทำให้เก็บกดมานาน จึงเก็บไว้ในใจ ก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้าแล้วเดินไปหาปู่ จากนั้นได้มีปากเสียงกันขึ้น ตนจึงหยิบไม้และมีดทำร้ายร่างกายปู่ ก่อนปาดคอปู่จนแน่นิ่ง ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว อยากขอโทษญาติๆ พี่น้องกับเหตุการณ์ที่ทำลงไป ขออโหสิกรรมให้ตนด้วย

ทางด้าน พล.ต.ต.พิษณุ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตเล็กน้อย และมีเรื่องเสพยาเสพติดด้วย ส่วนกรณีที่ประชาชนส่วนใหญ่กังวลเหตุคนคลั่ง คนบ้าที่ฆ่าคนตายติดคุกไม่นานก็ออกมา อยากจะเรียนว่า ตามหลักกฎหมายเราต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีจิตและสติสัมปชัญญะ 100% หรือมีมากน้อยเพียงใดในขณะก่อเหตุ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของทางแพทย์ที่จะพิสูจน์

 


ดูข่าวต้นฉบับ