จับตา!'เอ๋ ปารีณา'แผนสูง หวังพลิกรุกป่าให้อยู่เขตส.ป.ก.
ป่าไม้ชี้”เอ๋ ปารีณา”พยายามดึงเรื่องไม่ให้พื้นที่ตนเอง อยู่ในเขตป่าสงวนให้ไปอยู่ในเขต ส.ป.ก. เหตุโทษแค่เรียกคืน หรือขับไล่ แต่หากรุกป่าเจอโทษหนักทางอาญา

ปัญหานักการเมืองกับการถือครองที่ดินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการรุกป่าสงวนแห่งชาติ มักจะมีข่าวให้ได้เห็นและได้ยินกันบ่อยครั้ง  ล่าสุดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณี”เอ๋  ปารีณา ไกรคุปต์”ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถือครองเอกสารสิทธิที่ดิน ภ.บ.ท.5 และส.ป.ก.จำนวน 1, 700 ไร่  และกำลังถูกตรวจสอบ โดยกรมป่าไม้และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ( ส.ป.ก.) ขณะที่ ส.ส.คนดัง ยอมรับว่ามีเอกสารสิทธิ์ เพื่อใช้ประโยชน์ ในที่ดินจริง โดยทำฟาร์มเลี้ยงไก่ แต่เสียภาษีดอกหญ้าทุกปีและได้มาอย่างถูกต้อง  

สำหรับเรื่องดังกล่าวได้ถูก นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ได้แจ้งความกล่าวโทษนางปารีณา  ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในข้อหา บุกรุกยึดครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นความผิดตามมาตรา 14, 31 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ในคดีอาญาที่ 448/2562 พร้อมมอบพยานหลักฐานเอกสารส่วนหนึ่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี ไว้

ทั้งนี้มีเอกสารชุดหนึ่งที่เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อจากกรมปศุสัตว์ พบว่าครอบครัวไกรคุปต์ มีการขึ้นทะเบียนฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ที่ได้รับรองมาตรฐานฟาร์ม ใน จ.ราชบุรี ลำดับที่ 27  ทะเบียนเลขที่  กษ02220690170020051000 ชื่อ เขาสนฟาร์ม เลขที่ 109 หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ชื่อผู้ประกอบการ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ค่าพิกัด GPS  X 0554129 Y 1498731  จำนวนโรงเรือน 55 หลัง  จำนวนไก่ 700,000 ตัว ข้อมูล ณ.วันที่ 29 มีนาคม 2556  ได้ใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2553

ขณะที่ล่าสุดวานนี้( 26 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้นำพิกัดฟาร์มที่ขอขึ้นทะเบียนฟาร์มดังกล่าว มาตรวจสอบทาง GOOGLE MAP ปรากฏพบว่า ค่าพิกัด GPS ที่ X 0554129 Y 1498731 อยู่ห่างออกมาจากที่ตั้งฟาร์มไก่ ของ น.ส.ปารีณา ซึ่งภาพจาก GOOGLE MAP พบว่าพื้นที่ดูแล้วเป็นแปลงเกษตรกรรม มากกว่าเป็นฟาร์มปศุสัตว์

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า  ตนมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว  ขณะเดียวกัน จากการที่น.ส.ปารีณาได้ยื่นหนังสือขอให้กรมป่าไม้และส.ป.ก.ตรวจสอบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดินอีกครั้งนั้น กรมป่าไม้และส.ป.ก.จะประชุมเพื่อกำหนดทิศทางในการตรวจสอบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดินให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน  จากนั้น ส.ป.ก.ได้ตั้งคณะทำงานมาดำเนินการเรื่องนี้เป็นเฉพาะแล้ว รวมถึงจะให้มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย  ทั้งนี้ตนยืนยันว่าใช้กฎหมายฉบับเดียวกันมาบังคับใช้กับทุกคน ทุกตำแหน่ง ทุกหน้าที่ ไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง

*ส่วนจำนวนที่ดินที่น.ส.ปารีณาแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีประมาณ 1,700 ไร่ แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้ว พบว่ามีที่ดินกว่า 600 ไร่นั้น  น.ส.ปารีณาคงเข้าใจไปเองว่าที่ดินของตัวเองมี 1,700 ไร่  แต่หลังจากการตรวจสอบแล้ว พบว่าที่จริงมีประมาณ 600 ไร่  กรณีที่ดินของน.ส.ปารีณา ต้องย้อนไปถึงสมัยนายทวี ไกรคุปต์ ซึ่งเป็นบิดา ถือครองที่ดินผืนนี้มาก่อนที่จะประกาศเป็นพื้นที่ส.ป.ก. ซึ่งได้รับมอบจากกรมป่าไม้ โดยมีผู้อยู่อาศัยครอบครองอยู่ด้วย จึงไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับผู้ที่ครอบครองอยู่ก่อน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งนี้ถ้าใช้แผนที่วันแม็พแล้ว พื้นที่ 46 ไร่ที่พบว่ารุกที่ป่าสงวนมีแนวโน้มจะกลายเป็นที่ส.ป.ก. ใช่หรือไม่นั้น 90 เปอร์เซ็นต์ *

ส่วนนายวิณะโรจน์  ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า  น.ส. ปารีณา  ได้มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อส.ป.ก. เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25พ.ย.  ในหนังสือนั้นร้องขอให้เลขาธิการส.ป.ก. ตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ที่ดินที่น.ส. ปารีณาครอบครองนั้นอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือพื้นที่ป่าไม้กันแน่ เนื่องจากส.ป.ก. ใช้แผนที่มาตราส่วน 1 : 100,000 แต่กรมป่าไม้ใช้แผนที่มาตราส่วน 1 : 400,000 จึงเกรงว่า การรังวัดแนวเขตอาจคลาดเคลื่อนหรือมีการทับซ้อนของแนวเขตระหว่าง 2 หน่วยงาน นอกจากนี้น.ส. ปารีณายังระบุว่า ทางครอบครัวเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวก่อนที่กรมป่าไม้จะส่งมอบให้ส.ป.ก. ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินในพ.ศ. 2536 เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกหลายราย อีกทั้งยืนยันว่า พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ

ทั้งนี้ส.ป.ก. จะเร่งประสานกับกรมป่าไม้เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อตรวจสอบแนวเขตใหม่ โดยใช้แผนที่มาตราส่วนเดียวกัน เมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจน และถูกต้องตรงกันแล้วจะทำตามขั้นตอนของแต่ละหน่วยงาน จากนั้นทางส.ป.ก. จะแถลงข่าวเพื่อให้สังคมรับทราบข้อมูลทั้งหมด

ขณะที่นายทวี ไกรคุปต์ อดีตรมช.คมนาคม  บิดาของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า รู้สึกสงสารลูกที่ต้องมาเจอกับเกมการเมือง ทั้งที่เขาไม่รู้เรื่อง ส่วนที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ตนครอบครองมานานแล้ว และขณะนี้กระแสข่าวเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต  มีการนำไปโยงกับพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นภายใน 1-2 วันนี้ ตนจะแถลงรายละเอียดต่างๆ ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา น.ส.ปารีณา ไม่ต้องการให้ตนเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ หรือแถลงอะไร แต่ตนเห็นว่าเรื่องราวไปกันใหญ่แล้ว ตนก็ได้แต่ให้กำลังใจ แต่เวลานี้ไม่ได้พูดกันเลย เขาไม่รับสายใครแม้แต่พ่อ และปิดเครื่องโทรศัพท์ ทำให้ติดต่อไม่ได้ รู้แต่ว่าอยู่ที่กรุงเทพ

นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี กล่าวว่า ได้อ่านจดหมายที่น.ส.ปารีณา  ส่งถึงอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งข้อความในจ.ม.เหมือนยอมรับว่า ตัวเองได้ครอบครองที่ดินพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติมาเป็นเวลานานจริง  ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ได้ประกาศเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตั้งแต่พ.ศ. 2527และยังเป็นการออกมาให้ข้อมูลว่า ยังมีบุคคลอื่นที่ร่วมบุกรุกป่าด้วย แต่ทั้งหมดต้องว่าด้วยพยานหลักฐานแวดล้อมอย่างอื่นอีก ทางป่าไม้ราชบุรีไม่ได้มีแค่เอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ยังยึดโยงภาพถ่ายทางอากาศ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า พื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ป่ามาก่อนหรือไม่ และมีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างไร จนถึงปัจจุบันชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้น ย่อมรู้ดีว่าพื้นที่ตรงจุดไหนเคยเป็นพื้นที่ป่ามาก่อน กฎหมายก็ออกมาบังคับใช้อย่างชัดเจน จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายและครอบครอง โดยสุจริตนั้นไม่สามารถทำได้.

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ดิน 1,700 ไร่ ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ  ได้ถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่า จะมีการรุกป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่นั้น ล่าสุดชาวบ้านที่อยู่บริเวณข้างเคียงกำลังอยู่ในสภาพหวั่นวิตก หลังจากที่เจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี (ส.ป.ก.) ได้นำป้าย เขียนข้อความประกาศเขตพื้นที่ ส.ป.ก.มาติดไว้ในพื้นที่ของนายไร สลัดเอี่ยม อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1106 หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง ซึ่งเป็นที่ สค. 1 บริเวณริมถนนสายราชบุรี – ชัฎป่าหวาย ห่างจากปากทางถนนลูกรังเข้าฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม  ของน.ส.ปารีณา ประมาณ 200 เมตรและห่างจากหน้าฟาร์มไก่ที่อยู่ด้านในเข้าไปประมาณ 500 – 600 เมตร   โดยที่ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานสปก. ไม่ได้แจ้งรายละเอียดหรือเหตุผลแต่อย่างใด ที่มาปักป้ายตรงนี้ทำให้ผู้ถือครองที่ดินหวั่นวิตกและกลัวว่าจะมีปัญหา

*นายไร  กล่าวว่า ตนเองยังคงยืนยันว่า เป็นที่ดินที่ได้ตกทอดต่อกันมาจากบิดา จนมาถึงตนเองและได้แบ่งที่ดินให้ลูกไปแล้ว แต่หลังจากที่ได้มีหน่วยงานนำป้ายมาปักไว้ในที่ดินตัวเองไม่รู้จะทำอย่างไร หากยึดก็ต้องยึดกันให้หมด โดยวันที่มาติดป้ายตนเองก็ไม่ได้อยู่บ้านด้วย มารู้อีกทีก็ช่วงเย็นแล้ว อีกทั้งตอนนี้ก็ได้ยกที่ดินให้ลูก ๆ ไปแล้ว ตนเองกลัวมากกลัวว่าจะไปเป็นพยานเรื่องที่ดินใกล้เคียง *

ด้าน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า ในฐานะที่ปรึกษาชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุ ว่า กรมป่าไม้ ยังไม่มีการแจ้งความ น.ส. ปารีณา เนื่องจากมีหนังสือร้องเรียน จาก น.ส.ปารีณาถึงกรมป่าไม้ และส .ป.ก.ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการรังวัดพื้นที่ของกรมป่าไม้ ดังนั้นกรมป่าไม้จึงตั้งคณะทำงานชุดรังวัดที่ดินเพิ่มขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง เพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะทำงานทำงานกรมป่าไม้ชุดที่มีนายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการ กรมป่าไม้ เป็นประธานคณะทำงาน และทำงานร่วมกับ ส.ป.ก.ด้วย อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพื้นที่กรมป่าไม้ตรวจวัดไป ไม่น่าจะคลาดเคลื่อน เพราะวัดโดยยึดแนวของ ป่าสงวนฯ และส.ป.ก.

“ น.ส.ปารีณา พยายามดึงเรื่องไม่ให้พื้นที่ของตัวเองอยู่ในเขตป่าสงวนฯ แล้วให้ไปอยู่ในเขต ส.ป.ก. เพราะกฎหมาย ส.ป.ก.มีแค่การเรียกคืนที่ดิน การฟ้องแพ่ง หรือขับไล่เท่านั้น แต่ถ้าเป็นกฎหมาย พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะมีโทษอาญา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ธรรมนัส’รับคำร้อง’ปารีณา’ สั่งสปก.ตรวจฟาร์มไก่อีกรอบ

‘ทวี’เผยติดต่อ’ลูกเอ๋’ไม่ได้ พ้อสงสารเจอเกมการเมือง...

แฉ”ปารีณา”หวังดึงพื้นที่เข้าเขตส.ป.ก.เพราะโทษเบาหวิว ...

ป่าไม้ชี้’เอ๋’รับอยู่มา10กว่าปี มัดคอตัวเองรุกป่าสงวนฯจริง…

ชาวบ้านผวาหวั่นถูกยึดที่ดิน หลังฟาร์มไก่’ปารีณา’ถูกสอบ...

ดูข่าวต้นฉบับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here