S__9748485

ศบค.ย้ำ! หลังเที่ยงคืนเข้มมาตรการโควิด พิธีกรรมทางศาสนา-งานศพ จัดได้ แต่ต้องเว้นระยะห่าง

เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวระหว่างแถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า การประกาศข้อกำหนดแห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 20 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และจะมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนวันนี้ (17 เมษายน 2564)

ในตอนนี้ไม่มีเคอร์ฟิว ซึ่งเราปรับให้เป็นมาตรการจำกัดที่หมายและลดการเคลื่อนย้าย นำมาสู่มาตรการพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด การนั่งรับประทานอาหารในร้านจะนั่งได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสั่งกลับบ้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. ร้านสะดวกซื้อเปิดได้ตั้งแต่เวลา 04.00-23.00 น. สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. ขณะที่ พื้นที่ควบคุม 59 จังหวัด สามารถนั่งบริโภคในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. ร้านสะดวกซื้อ สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดได้ตามเวลาปกติ” โฆษก ศบค.กล่าว

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนที่ทั้ง 2 พื้นที่เหมือนกัน คือ 1.ห้ามจำหน่ายและดื่มสุราภายในร้านอาหาร 2.ปิดสถานบันเทิง ผับบาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด 3.ศูนย์การค้า/ห้างสรรพสินค้า ในทุกจังหวัด เปิดได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. โดยจะต้องจำกัดจำนวนคน และงดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย 4.ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 50 คน และ 5.ห้ามใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน

“ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนวันนี้ จึงขอความร่วมมือ ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ควบคุมสูงสุดให้ความร่วมมือปิดบริการ และเปิดให้บริการได้อีกครั้ง ในเวลา 04.00 น. ของวันที่ 18 เมษายนนี้ ซึ่งขอให้ทุกท่านได้ช่วยกันร่วมมือเพื่อลดพื้นที่เป้าหมาย เพราะร้านสะดวกซื้อเปิดได้ตลอดทั้งคืนก็จะมีคนเดินเข้าออกบ่อยครั้ง เราไม่อยากเห็นภาพนี้ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายและจำกัดพื้นที่เป้าหมาย” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

โฆษก ศบค. กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.หารือกันเรื่องการจัดงานของประชาชน ซึ่งได้งดเว้นเฉพาะงานรื่นเริงสังสรรค์ แต่อนุญาตในงานประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น งานศพ โดยต้องมีการเว้นระยะห่าง ดำเนินตามมาตรการป้องกันโรค ไปจนถึงความร่วมมือการทำงานจากที่บ้าน (Work from home) โดยภาครัฐขอให้ดำเนินเต็มรูปแบบทุกพื้นที่ แต่ในส่วนการบริการประชาชนต้องไม่ขาดตกบกพร่อง และการบริหารราชการต้องไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขอให้ผู้บริหารส่วนราชการ ได้ดำเนินการบริหารสถานการณ์ตามความเหมาะสม

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชน หลายครั้งที่เราต้องมาพูดคุยกัน สิ่งที่ภาครัฐเข้มแข็งและออกข้อกำหนดมาอย่างเต็มที่ สิ่งที่เราอยากเห็นคือภาพของผู้ประกอบการร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ร่วมมือร่วมใจดำเนินการตามมาตรการ โดยภาคประชาชนก็เป็นส่วนสำคัญ หากทุกท่านร่วมปฏิบัติตามมาตรการที่เราออกมา เข้าใจในสิ่งที่เราบอกกับทุกท่าน ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จ

“เรามีเวลา 14 วันข้างหน้า แทนที่เราจะเห็นกราฟพุ่งขึ้น แต่หากเราช่วยกันดึงลงมา ให้ลดลงมาได้ด้วยมือของคน 60 กว่าล้านคน ใน 77 จังหวัด ผมเชื่อว่า 14 วันนี้เห็นผลอย่างแน่นอน ขอให้ทุกท่านร่วมไม้ร่วมมือกันในทุกภาคส่วน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า เนื่องจากตอนนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ เราจึงมีโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย และเก็บเตียงในโรงพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีอาการหรืออาการหนัก เพื่อช่วยชีวิตคน

“รพ.สนาม ไม่ได้แย่อะไรเลย อย่างเช่นที่เชียงใหม่ น้องๆ เข้าไปก็พูดคุยกัน เพราะเราไม่ได้แยกเป็นห้องแต่เราให้อยู่รวมกัน ตอนนี้ภาคเอกชนก็สนับสนุนเตียงกระดาษ หลายคนชอบที่จะเป็นอย่างนี้ซะด้วยซ้ำ เนื่องจากได้พูดคุยกัน แต่อย่าเกินเลย การเล่นไพ่เอง หากไม่ได้มีพนันกันก็ไม่เป็นอะไร” นพ.ทวีศิลป์กล่าว และว่า รพ.สนาม จะทำให้ประหยัดทรัพยากรบุคคลในการดูแล ทั้งพยาบาลและแพทย์ และยังประหยัดทรัพยากร เช่น ชุดป้องกันส่วนบุคคล ดังนั้น ขอความเข้าใจว่า ผู้ติดเชื้อแล้วไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีอาการหนักแล้วต้องอยู่ในรพ.เท่านั้น

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ตามข้อกำหนด ฉบับที่ 20 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ระบุชัดเจนว่า ผู้ติดเชื้อทุกรายจะต้องอยู่ในการดูแล อยู่ในระบบการรักษา การแยกกัก ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งที่ป่วยและไม่ป่วย จะต้องเข้าสู่ระบบการกักกันโรค ในสถานกักกัน ดังนั้น ระบบแยกกักผู้ที่ป่วยแล้วของเรา มีทั้ง รพ.ทั่วไป รพ.สนาม ฮอสปิเทล (Hospitel) ซึ่งทุกรูปแบบมีความปลอดภัย

 


ดูข่าวต้นฉบับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here